
ปัจจุบันงานสถาปัตยกรรมรูปทรงโค้งมีความแพร่หลายมากขึ้น กระจกดัดโค้งจะช่วยตอบโจทย์งานดีไซน์ของนักออกแบบ เพราะทำให้อาคารมีลักษณะแบบที่ตั้งใจไว้ และคงจะดีไม่น้อยหากกระจกดัดโค้งที่เราใส่ไว้ในงานสถาปัตยกรรม สามารถกันความร้อน และแสง UV ได้ด้วย เหมือน Curve Glass จาก BSG GLASS
กระจกดัดโค้ง (Curve Glass) เกิดจาการนำกระจกมาอบด้วยความร้อนที่มีอุณหภูมิสูง 593 – 704 องศาเซลเซียส จนกระจกถึงจุดออ่อนตัวลง จากนั้นทำการดัดโค้งตามลักษณะ รูปทรงที่ต้องการ และปล่อยให้กระจกเย็นตัว จนกลายเป็นกระจกดัดโค้งที่นำมาติดตั้งได้ ซึ่งการติดตั้งสามารถติดตั้งได้เหมือนกระจกทั่วไป
กระจกดัดโค้ง สามารถทำได้จากกระจกหลากหลายประเภท เช่น กระจกลามิเนต กระจกเทมเปอร์ กระจก Reflective แต่เราจะต้องทำความเข้าใจว่า กระจกสะท้อนแสงทั่วไป (Reflective) อาจมีข้อจำกัดในการดัดโค้งมากกว่ากระจกลามิเนต เนื่องจากการให้ความร้อนในการดัดโค้งอาจทำให้สารเคลือบถูกทำลาย แต่หากเราใช้เทคโนโลยี Solar X Max หรือ Solar Curved ซึ่งเป็นการนำใช้เทคโนโลยีลดความร้อนด้วย nano ceramic ในชั้น interlayer สามารถนำไปดัดโค้งได้เหมือนกระจกลามิเนตทั่วไป ทำให้ Solar X Max หรือ Solar Curved สามารถข้ามข้อจำกัดนี้ ทำให้นักออกแบบได้กระจกที่ตอบโจทย์งานออกแบบมากขึ้น
ด้วยคุณสมบัติของ Solar X Max ซึ่งเป็นกระจกประหยัดพลังงานสะท้อนแสงต่ำ จึงช่วยลดความร้อนที่จะเข้าสู่ตัวอาคารได้มากถึง 50% ด้วย ชั้นนาโนเซรามิกชนิดพิเศษในกระบวนการลามิเนต ซึ่งมีคุณสมบัติตัดคลื่นรังสีความร้อน โดยลดรังสี UV ได้ถึง 99% และลดรังสีอินฟาเรดได้ 95% ทำให้สามารถลดความร้อนที่จะผ่านกระจกเข้ามาได้เป็นอย่างดี ทำให้อาคารที่ใช้กระจกดัดโค้ง แบบ Solar X Max ประหยัดพลังงานได้ในประสิทธิภาพสูง
กระจกดัดโค้งสามารถใช้ได้ทั้ง งานภายนอก เช่น ระเบียง ผนังตึก หรือแม้กระทั่งกรุหลังคา และงานภายใน เช่นฉากกั้น และราวบันใด โดยกระจกดัดโค้ง Solar X Max มีความหนาอยู่ที่ 6 – 38 mm. และสำหรับกระจกแบบทั่วไป หนา 3 – 30 mm.โดยสามารถดัดได้ที่รัศมีความโค้ง 1 m. ขึ้นไป ส่วนในเรื่องของราคา การสั่งทำดัดโค้งแบบ Solar X Max จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากกระจกดัดโค้งทั่วไปประมาณ 43%
หากใครสนใจกระจกดัดโค้ง Solar X Max สามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ https://www.facebook.com/DesignGlass
หรือ โทร. 02 862 0311
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.