Treat Tea House
สลับองค์ประกอบ
ก่อรูปกำแพง ด้วยกระเบื้องหลังคา

หากใครเคยผ่านไปแถวศาลเจ้าปุนเถ่ากงม่า จังหวัดพิษณุโลก อาจเคยสะดุดสายตาเข้ากับอาคารเก่ารูปลักษณ์แปลกตาที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน กำแพงของงานสถาปัตยกรรมแห่งนี้ มีรูปร่างหน้าตาที่เราไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อน แต่เมื่อเข้าไปดูใกล้ ๆ กลับพบว่า รายละเอียดที่ทำใหอาคารแห่งนี้มีความน่าสนใจและดูแตกต่างจากอาคารที่เคยเห็น คือวัสดุจากหลังคากาบกล้วยที่เราเห็นกันบ่อย ๆ ในอาคารอย่างวัดจีน หรือศาลเจ้ายุคโบราณ

ซึ่งหลายคนคงไม่คาดคิดว่านี่คือร้านชาแห่งใหม่ล่าสุดของจังหวัดพิษณุโลก ที่ทีม Tectwadviang studio x Soft architect กลุ่มสถาปนิกรุ่นใหม่ ตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานที่สนุกไปกับการจัดเรียงวัสดุที่มีให้ได้ผลลัพธ์ใหม่

ความเชื่อ และการจัดวางอาคาร

หลังจากที่เจ้าของให้โจทย์ในการออกแบบร้านชามา ถาปนิกจึงใช้แนวความคิด ‘ความเชื่อในการชงชา’ เข้ามาแบ่ง Layout พื้นที่ของอาคารให้ออกมาเป็น 3 ส่วน เรียงกัน คือ ภายนอกที่คนทั่วไปมองมาไม่เห็น สวนของร้านที่เห็นภายในลาง ๆ และพื้นที่ภายในที่เป็นฟังก์ชั่นการใช้งานทั้งหมดของอาคาร เหมือนดั่งความเชื่อในการชงชา มีการดื่มน้ำที่ได้จากการกรองใบชาทั้งหมด 3 ครั้ง

” น้ำแรกให้ศัตรูดื่ม เพราะใช้ล้างชา รสชาติไม่อร่อย

น้ำที่สองให้คนรักดื่ม เพราะเริ่มมีรสชาติขึ้นมาบ้าง

น้ำที่สามให้เทให้ตัวเองดื่ม เพราะมีรสชาติดีที่สุด “

โดยน้ำจากการกรองชาครั้งแรก เปรียบเสมือนพื้นที่นอกไซต์ที่มีรั้วกั้นทึบ มองไม่เห็นกิจกรรมภายใน แต่ยังมีช่องให้ลม และแสงผ่านได้ ส่วนบริเวณสวนภายนอกของร้าน คือการกรองชาน้ำที่สองสำหรับคนรัก ที่มีกระจกฝ้ากั้นมุมมองจากภายนอกสู้ภายใน ส่วนการกรองน้ำชาครั้งสุดท้ายเป็นน้ำที่เราดื่มเอง เปรียบเหมือนพื้นที่ภายใน ที่เราสามารถรับรู้การเข้าถึงได้อย่างเต็มรูปแบบ ที่สถาปนิกตั้งใจออกแบบให้ฝ้าต่ำกว่าปกติ แสดงถึงวัฒนธรรมการเคารพกันด้วยการก้มต่ำ และพื้นที่ Co-working Space บริเวณชั้นสอง

วัสดุสุดขลังที่กลมกลืนกับบริบทชุมชนเก่า

เนื่องจากร้านตั้งอยู่กลางชุมชนเก่า บริเวณใกล้ศาลเจ้าของจังหวัด ดีไซเนอร์ไม่อยากให้สถาปัตยกรรมนี่ดูเป็นสิ่งแปลกปลอมในชุมชน จึงทำรูปร่างอาคารให้เหมือนบ้านในชุมชน เพียงแต่ทำสีดำให้ดูมีความน่าค้นหา นำเอาองค์ประกอบของศาลเจ้าจีนอย่างหลังคากระเบื้องลอนจีน (กระเบื้องดินเผา) มาใช้ในงานของตนด้วย สำหรับรั้วที่เป็นเอกลักษณ์ของงานนี้สถาปนิกก็เลือกใช้กระเบื้องแบบเดียวกับที่ใช้บนหลังคาของร้าน แล้วนำมาจัดเรียงใหม่ให้บังสายตาผู้คนที่ผ่านไปมาภายนอก แต่ลมพัดผ่านได้ รวมถึงแสงภายในที่เล็ดลอดออกมาได้เช่นกัน

วัสดุเดิมที่คนไม่รู้ถึงการมีอยู่

เรามักเห็นกระเบื้องลอนจีน หรือกระเบื้องกาบกล้วย ในศาลเจ้า หรือวัดเก่าของจีน โดยเรามักเห็นวัสดุชนิดนี้ทำสี อิฐ เพราะทำมาจากดินเผา พอเห็นกระเบื้องสีดำแบบนี้ หลายคนคงคิดว่าเป็นการสั่งทำเป็นพิเศษ แต่สถาปนิกเล่าว่ากระเบื้องแบบนี้มีอยู่แล้ว เพียงแต่คนไม่ค่อยใช้สีนี้กัน เพราะมันไม่เข้ากับอาคาร และบริบทต่าง ๆ ดังนั้นการได้วัสดุจากโรงงานมาตรฐานทำให้ วัสดุมีความแข็งแรง คงทน อาจมีความไม่เหมือนกันในเรื่องของขนาดลอน และสีในแต่ละล๊อตบ้าง แต่สามารถนำมาจัดเรียงหน้างานได้อย่างเรียบร้อย

ความสวยงาม ที่แลกมากับการทำงานหนักในการติดตั้ง

เห็นรั้วที่ทำจากกระเบื้องลอนจีนสวยงามแบบนี้ แต่รู้หรือไม่ว่า การติดตั้งที่วัสดุนั้นไม่ง่ายเลย เพราะสถาปนิกต้องคำนวณองศาการเอียง ระยะของแปร รวมถึงการติดตั้งใหม่ด้วย เริ่มจากการตั้งโครงสร้างด้วยเสาขนาดเล็ก ที่มีอยู่เป็นระยะ ๆ เพื่อรับน้ำหนักกระเบื้อง เพราะกระเบื้องดินเผาจะมีน้ำหนักค่อนข้างมาก จากนั้นก็ใส่ระยะแปรตามที่คำนวณ โดยตั้งให้เอียงจากแนวผนัง 35 ํ ซึ่งเป็นมุมพอดีสำหรับการผ่านของแสงและลม เมื่อวางหลังคาลงไปทีมช่างใช้กาว PU ยึดติดของกระเบื้อง เพื่อป้องกันคนภายนอกขโมยแผ่นกระเบื้องไป และเป็นการกันน้ำไหลย้อนกลับด้วย

“จริง ๆ กระเบื้องตรงนี้มันหยิบวาง หยิบออกได้เลย แต่ว่าถ้าเป็นแบบนั้นเราถูกคนขโมยแน่นอน เลยให้ช่างยิงอัดกาว PU รุ่นเฉพาะ ยึดกระเบื้องอีกทีหนึ่ง ดังนั้นถ้าอนาคตจะเปลี่ยนแผ่นเฉพาะจุดก็สามารถทำได้”

คุณคุณากร ธีรฐิติธรรม และคุณจิรพันธุ์ รักใคร่ เล่าถึงการติดตั้งและการซ่อมบำรุงรั้วกระเบื้องลอนจีน

กำแพงกระเบื้องลอนจีนอาจบังสายตาในเวลากลางวัน แต่เมื่อถึงเวลากลางคืน แสงสว่างจากภายในอาคารจะถูกส่องออกมายังภายนอกอย่างสวยงาม เหมือนเป็นผลลัพธ์ที่ดีไซเนอร์ออกแบบไว้ตั้งแต่แรก

การทำงานกับช่างที่มี Passion

ในการทำงานสถาปัตยกรรมที่ดีไซเนอร์ กับไซต์ อยู่คนละจังหวัด นับเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง ยิ่งเป็นงานที่มีรายละเอียดการก่อสร้างที่ผู้ออกแบบ และผู้รับเหมาไม่เคยทำแล้ว ยิ่งทำให้โปรเจกต์นี้ต้องอาศัยการสื่อสารกันตลอดเวลา

“ทีมผู้รับเหมา เขามีความ Challenge ในตัว เขาอัปเดตงานกับเราทุกเช้าเลย ผมเลยรู้ว่าเป็นไปของงานตลอด บางทีเมื่อเจอปัญหาหน้างาน เขามีคิดวิธีแก้มาเสนอเราด้วย อย่างเรื่องรั้ว จริง ๆ ผมเขียนแบบใช้แปรแค่ชั้นเดียว แต่เขาเป็นคนเสนอให้มีแปร 2 ชั้นแล้วทำ Mock up ขึ้นมาใหม่ ให้เราดูเป็นการแก้ปัญหาไปพร้อม ๆ กัน เหมือนมีเป้าหมายร่วมกันให้งานออกมาดีที่สุด”

ผนังของร้านชานี้ รวมถึงรั้วมีการขึ้น Mock up ทุกแผง ช่างจะทำ Texture และสีให้เหมือนจริงทุกอย่าง เพื่อดูว่าเป็นสิ่งที่ดีไซเนอร์ต้องการหรือไม่ จนออกมาเป็นสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจให้เราได้เห็นกันทุกวันนี้

“พยายามหา Materials ใหม่ ๆ เพราะเป็นคนขี้เบื่อ แต่ลึก ๆ เรารู้อยู่แล้วว่าโลกนี้ไม่มีอะไรใหม่ รู้แค่ ณ บริบทนั้น อาจเหมาะกับ Materials บางอย่างได้ ผมบอกกับเจ้าของ Treat Tea House แต่แรกว่างานนี้ต้องไม่เป็นอื่น อาจจะดูเด่นไปหน่อยเรื่องของสี แต่ถ้าเรามาแกะดูองค์ประกอบทั้งหมด มันคือการที่เราพูดถึงบริบทรอบนอกทั้งหมดเลย”

คุณคุณากร พูดถึงการใช้วัสดุในงานออกแบบสไตล์ตัวเอง

ปัจจุบันที่ผลงานของ Tectwadviang studio ได้ลงตามโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เริ่มมีคนติดต่อมาให้ออกแบบโดยใช้วัสดุใหม่ ๆ มาทำอาคารให้เขาบ้าง ตอนนี้สถาปนิกเลยติดนิสัยมองหา Materials ใหม่ๆ ตลอดเวลาเพื่อมาใช้ในการทำงานต่อ ๆ ไป

Project Name : TREAT TEA HOUSE
Location : Phitsanulok , Thailand
Architecture Firm : Tectwadviang studio x soft architect
Year : 2023
Area : 175 sq.m.
Lead Architects : Kunakorn Teeratititham
Interior Designer : Phattarapong Phoog-mo , Kunakorn Teeratititham
Landscape Design : Kunakorn Teeratititham
Construction : Navin Pinlom
Photographer : Kunakorn Teeratititham , Jirawat Tunprasert , Asst. Jirapun Rakkrai

More MATERIALS

Discover more from Materials Room

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading